ผู้ผลิตสีเทอร์โบ สีทาอาคาร คุณภาพสูง สีทาบ้าน สีเคลือบเงา สีสเปรย์ คุณภาพ

การเลือกวัสดุเคลือบไม้

Tel. 02-750-6804

ฝ่ายขาย. 02-312-1755

Experiment

การเคลือบไม้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้คุณสมบัติพื้นผิวตามที่ต้องการ รวมถึงทำให้ไม้มีความสวยงามและเพิ่มความทนต่อความชื้นและสารอื่น ๆ จากสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้การเคลือบยังทำให้ไม้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น รวมถึงปิดรูไม้ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรีย ทั้งยังมีผลต่อคุณสมบัติของไม้ เช่น คุณภาพเสียงของเครื่องดนตรีและความแข็งของพื้นห้อง นอกจากนี้การเคลือบยังช่วยให้ไม้ราคาถูกดูแพงขึ้นอีกด้วย

 

วัสดุที่ใช้เคลือบมีดังต่อไปนี้: แว็กซ์, น้ำมัน, วานิช, เชลแล็ค, แลคเกอร์และวัสดุเคลือบที่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย

 

แว็กซ์อาจไม่ใช้วัสดุเคลือบที่เหมาะสมที่สุด แต่คุณสามารถใช้แว็กซ์เพื่อเคลือบเฟอร์นิเจอร์ทับวัสดุเคลือบชนิดอื่นได้ เช่น แล็กเกอร์หรือเชลแล็ค

 

น้ำมัน - น้ำมันเป็นวัสดุเคลือบที่มีความเก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่ง แต่จะมีความเหนียวขึ้นหากอยู่ในสภาพอากาศชื้น ซึ่งรวมถึงน้ำมันเดนิช ส่วนน้ำมันทังเป็นที่นิยมในหมู่ช่างไม้ เนื่องจากใช้งานง่ายและทำให้ผิวไม้สวยงาม

 

วานิชทำมาจากเรซินสังเคราะห์ที่เหนียวและมีความทนทานและนำมาผสมกับน้ำมันซักแห้ง โดยฉลากที่ติดบนกระป๋องเคลือบวานิชจะมีการระบุส่วนประกอบประเภทเรซิ่น เช่น แอลคีด, ฟีนอลิกและยูรีเทน และส่วนประกอบน้ำมันที่ใช้คือน้ำมันทังและน้ำมันเมล็ดฝ้าย รวมถึงน้ำมันกึ่งซักแห้งชนิดอื่น ๆ เช่น น้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันดอกคำฝอย โดยวานิชทำหน้าที่เช่นเดียวกับน้ำมันทั่วไป แต่เรซินจะเป็นตัวที่ทำให้ผิวไม้มีความทนทานกว่าการเคลือบด้วยน้ำมัน นอกจากนี้ไม้ที่เคลือบด้วยวานิชยังมีความทนทานมากที่สุดและใช้งานได้ง่ายที่สุดอีกด้วย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการกันน้ำ, ความร้อน, ตัวทำละลายและสารเคมีอื่น ๆ

 

เชลแล็คมีให้เลือกมากมายหลายประเภท โดยคุณสามารถเลือกแบบที่ผสมไว้แล้ว หรือเลือกแบบเกล็ดที่ต้องนำมาผสมเองกับแอลกอฮอล์ดีแนท นอกจากนี้แบบเกล็ดยังมีสีให้เลือกมากกว่าเชลแล็คที่ผสมไว้แล้ว เช่น สีส้ม (อำพัน) และสีขาวใสซึ่งเป็นเชลแล็คที่ถูกฟอกขาว โดยแว็กซ์ที่ผสมอยู่ในเชลแล็คจะทำให้พื้นผิวทนต่อน้ำได้ลดลง

 

แลคเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ต่างบอกว่าแล็คเกอร์เป็นวัสดุเคลือบไม้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เนื่องจากแห้งเร็ว, ทำให้ไม้มีพื้นผิวที่สวยงาม, อีกทั้งทำให้ไม้มีความทนทานมาก นอกจากนี้แล็คเกอร์ยังมีให้เลือกหลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

 

วัสดุเคลือบที่มีน้ำเป็นตัวทำละลายประกอบด้วยส่วนผสมบางอย่างที่เหมือนกับกับวานิชและแลคเกอร์ ซึ่งก็คือยูรีเทน, แอลคีดและอะคริลิค แต่มีส่วนประกอบที่แตกต่างกับวานิชและแลคเกอร์ซึ่งก็คือการใช้น้ำแทนส่วนประกอบไวไฟและส่วนประกอบที่เป็นมลพิษอื่น ๆ และเนื่องจากเรซิ่นไม่สามารถเข้ากับน้ำได้ จึงต้องมีการดัดแปลงทางเคมีก่อนนำมาผสมกับน้ำ

 

เลือกวัสดุเคลือบให้ตรงกับความต้องการของคุณ

 

วัสดุเคลือบที่ต่างชนิดกันก็มีระดับการป้องกัน, ความทนทาน, ความสะดวกในการใช้งาน, ความสามารถในการซ่อมแซมและความสวยงามที่แตกต่างกัน ดังนั้นคุณควรเลือกวัสดุเคลือบที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด

ที่มา

https://en.wikipedia.org/wiki/Wood_finishing

 

https://www.finewoodworking.com/2004/11/01/selecting-a-finish

 

https://www.diynetwork.com/how-to/make-and-decorate/decorating/wood-finishes-101

 

 14-turbo_in_thLAYLA